Loading...

ระยะที่ 1 การรับบริจาคที่ดินจากบริษัท ทองถาวรอุตสาหกรรม จำกัด

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับบริจาคที่ดินจากบริษัท ทองถาวรอุตสาหกรรม จำกัด  โดย ดร.ถาวร  พรประภา ซึ่งแสดงความจำนงมอบที่ดิน ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 565 ไร่ 3 งาน 35 ตารางวา เพื่อใช้ในราชการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โดยมีข้อตกลงการให้ที่ดินสรุปได้รวม 3 ประการ คือ

  • ให้ใช้เป็นสถานที่เพื่อให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการ  แก่สังคม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และดำเนินการที่เป็นประโยชน์แก่สาธาร
  • หากที่ดินที่มอบให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังไม่ได้ก่อสร้างอาคารหรือระบบโครงสร้างขั้นพื้นฐานหรือ ดำเนินการพัฒนาที่ดิน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยินยอมให้ทางบริษัทใช้ที่ดินนั้นในการเกษตรกรรม เพื่อประโยชน์ทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและให้รายงานผลทางวิชาการในการใช้ที่ดินนั้นแก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นประจำทุกปี และเมื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะใช้ที่ดินส่วนใด ก็ให้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งปี
  • เมื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการใช้ที่ดินตามโครงการพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัย (โครงการพัทยา) ขอให้ใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ถาวร-อุษา พรประภา”
ระยะที่ 2 การก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

ในปีพ.ศ.2537 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พิจารณาว่ามีความเหมาะสมที่จะนำพื้นที่บริเวณศูนย์พัทยามาใช้พัฒนาเป็นโครงการ โดยสภามหาวิทยาลัย มีมติให้ตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมอุดมศึกษา” ขึ้น เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2538 เพื่อให้เป็นหน่วยงานอิสระของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อันมีรูปแบบการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและคล่องตัวนอกระบบราชการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์บริการทางวิชาการ ศูนย์วิจัย และพัฒนา ศูนย์การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การวิจัยระดับสูงและศูนย์ฝึกอบรมสัมมนา เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ  และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีและบริการทางวิชาการ ต่าง ๆ ในวงกว้าง  เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาในระดับต่าง ๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมของประเทศ  ประกอบกับขณะนั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประสบปัญหาสถานที่ไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน การวิจัยและพัฒนา และการบริการทางวิชาการต่าง ๆ เนื่องด้วยท่าพระจันทร์ไม่อาจขยายต่อเติมได้ เพราะตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์เกาะรัตนโกสินทร์มีพื้นที่จำกัด และมีอาคารสถานที่แออัดอยู่แล้ว ส่วนบริเวณรังสิตเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ชุมชน และมีแนวโน้มที่ชุมชนเมือง โดยเฉพาะย่านพักอาศัยจะขยายตัวมาสู่พื้นที่นี้มากยิ่งขึ้น ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะย้ายออกไปตั้งในภูมิภาคมากขึ้น จึงขาดความเหมาะสมที่จะพัฒนาการจัดการเรียนการสอน การวิจัยและพัฒนาในด้านเทคโนโลยี ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรม เนื่องจากการวิจัยและพัฒนาอย่างได้ผลนั้น จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับการปฏิบัติการจริงอย่างใกล้ชิด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาวิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา ตั้งแต่ พ.ศ.2537 โดยกำหนดองค์ประกอบของศูนย์นวัตกรรมอุดมศึกษาเป็น 4 ประการ ดังนี้

  • ศูนย์วิจัยและพัฒนา (Research and Development Center)
  • ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องในระดับสูง ( Advanced Research & Degree Program)
  • ศูนย์ฝึกอบรมสัมมนา (Training & Conference Facilities)
  • ศูนย์บริการทางวิชาการ (Resources Center)

ในปี พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2538 ก่อสร้างกลุ่มอาคารฝึกอบรมสัมมนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์อาคาร ฯ เมื่อวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2540 (ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2539-2542) โดยอาคารดังกล่าว ประกอบด้วย

  • อาคารฝึกอบรมสัมมนา
  • อาคารบริการจัดเลี้ยง
  • อาคารโรงแรม
  • อาคารสโมสรและสระว่ายน้ำ
  • สนามเทนนิส

โครงสร้างการบริหารศูนย์ ฯ มีคณะกรรมการอำนวยการชุดหนึ่ง ทำหน้าที่กำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการคนหนึ่งรับผิดชอบปฏิบัติตามนโยบาย และทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะอำนวยการส่วนโครงสร้างภายในจะใช้ระบบการจ้างแบบเอกชนในลักษณะเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย หรือ อาจจะเป็นการขอตัวบุคลากรของมหาวิทยาลัยไปช่วยงานของศูนย์เป็นกรณีพิเศษโดยคำสั่งของอธิการบดีได้ สถานะของศูนย์ เป็นหน่วยงานในระดับคณะ สถาบัน สำนัก  แต่มิใช่เป็นส่วนราชการ  มีระบบการบริหารงานที่เป็นอิสระและคล่องตัวทางด้านบุคลากรและงบประมาณ  โดยไม่ต้องอิงเงินเดือนของราชการและไม่เป็นข้าราชการ  ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในลักษณะเงินก้อน  และได้รับเงินอุดหนุนในการดำเนินการในลักษณะภาพรวมทั้งแผน ดังนั้น ศูนย์นวัตกรรมอุดมศึกษาจึงเริ่มต้นในรูปของหน่วยงานนอกระบบราชการ และมีที่ตั้งอยู่ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการและดูแลอาคาร สถานที่ต่างๆ ซึ่งมีทั้งอาคารโรงแรม 75 ห้อง อาคารสัมมนา ห้องประชุมต่างๆซึ่งมีชื่อเรียกในช่วงนั้นว่า“อุทยานการเรียนรู้ วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “(Learning resort) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา” ตามมติสภามหาวิทยาลัย ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2540 และได้มีการแก้ไขชื่ออีกครั้งตามมติสภามหาวิทยาลัย ในวันที่ 7 มีนาคม 2551 เป็น  “วิทยาลัยนวัตกรรม”

ระยะที่ 3 การพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา และการจัดตั้งงานบริหารศูนย์พัทยา

ปรัชญาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ประกาศไว้โดยท่านผู้ประศาสน์การ ที่ว่า “…มหาวิทยาลัยย่อมอุปมา ประดุจบ่อน้ำ บำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิและโอกาส ที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพของการศึกษา…” ยังคงเป็นหลักปรัชญาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยึดมั่นเป็นปรัชญาสำคัญในการบริหารมหาวิทยาลัย แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในด้านการแข่งขันของสถานศึกษาในปัจจุบัน ดังจะเห็นจากวิสัยทัศน์ของท่านอธิการบดี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ที่กำหนดวิสัยทัศน์ให้ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเลิศเป็นธรรม ร่วมนำสังคม ระดมพลังหลากหลาย สู่เป้าหมายยิ่งใหญ่ รับใช้ประชา พัฒนาองค์รวม” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่มุ่งให้เป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ที่มีความลุ่มลึก และโดดเด่นในองค์ความรู้ที่ครบถ้วน ในทุกศาสตร์ เพื่อการพัฒนา และการแก้ปัญหาให้แก่สังคมไทยและภูมิภาค โดยมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสอดคล้อง กับหลักธรรมาภิบาล และจากเป้าหมายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มีผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพระดับสูงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับประเทศและในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค รวมทั้งเป็นสถาบันการศึกษาซึ่งเป็นผู้นำ ในการผลักดันและส่งเสริมการสร้างโอกาส    ความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้กับสังคมตลอดจนเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นไปสู่ภารกิจ ด้านการวิจัยและการให้บริการสังคม และมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถเป็นแบบอย่างให้แก่มหาวิทยาลัยไทยได้

จากปรัชญาและวิสัยทัศน์ข้างต้นถือว่าเป็นหลักคิดและหลักการสำคัญในการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเมื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ภูมิภาค ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548 และศูนย์พัทยาภารกิจหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสร้างให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาในภาคตะวันออก

งานบริหารศูนย์พัทยา สังกัดสำนักงานประสานศูนย์การศึกษาภูมิภาค ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดสำนักงานอธิการบดี มีฐานะเป็นหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่สนับสนุนการเรียนการสอนและการให้บริการทางวิชาการไปสู่ภูมิภาค เกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการสำนักงานอธิการบดีตามมติสภามหาวิทยาลัย  เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2547 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548  เพื่อผลักดันนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาที่จะมุ่งพัฒนาให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ศูนย์พัทยาอย่างจริงจัง  ให้เป็นศูนย์การศึกษาต่อเนื่องในระดับสูง  ศูนย์วิจัยและพัฒนา   ศูนย์ฝึกอบรมสัมมนา และศูนย์บริการทางวิชาการ (Resources Center) ของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคที่มีความสมบูรณ์แบบในตัวเอง  เพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริง และนำความเป็นเลิศทางวิชาการ วิธีคิด และวิถีของความเป็นธรรมศาสตร์ไปสู่ชุมชนภาคตะวันออกอย่างมีประสิทธิภาซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนงบประมาณทั้งจากภาครัฐบาล   ส่วนราชการในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ศิษย์เก่า   ผู้นำท้องถิ่น   และผู้นำชุมชนในการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อให้บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัย